แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คติชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คติชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

50 คำคมดีๆ


1.คาดหวังให้สูงเข้าไว้และแน่นอนว่าต้องเตรียมใจที่จะพบกับความผิดหวังด้วย
2.ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
3.ถ้าเชื่อว่าไม่แพ้ เราก็จะไม่แพ้
4.คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้
5.อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ
6.ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้ความสุขในคราวต่อมาเป็นความสุขที่แท้จริง
7.เพื่ออะไรกับการรอคอยที่ไม่มีความหมาย
8.ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น
9.กุหลาบไร้หนามมีเพียงมิตรภาพเท่านั้น
10.อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังทำ


11.แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับความยั่งยืนของชีวิต
12.โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ
13.ไม่มีใครสะดุดภูเขาล้ม มีแต่สะดุดก้อนหินล้ม
14.ไม่มีใครเข้มแข็งตลอดไปและไม่มีใครอ่อนแอตลอดกาล
15.บางครั้งเราก็เหมือนคนตาบอดมีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้คือการคลำทางเดินหน้าต่อไป
16.อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง
17.มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมีชีวิต
18.ทุกอย่างมีค่าเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าไม่ควรจะทำมันอีก
19.คนฉลาดย่อมไม่นำแต่ตาม ย่อมไม่พูดแต่ฟัง
20.ทุกคนได้ยินในสิ่งที่คุณพูด ต่เพื่อนที่ดีที่สุดจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด


21.อวดโง่ดีกว่าอวดฉลาด
22.คนที่ว่าคนอื่นโง่ บุคคลนั้นโง่ยิ่งกว่า คนที่ว่าคนอื่นฉลาด บุคคลนั้นคือผู้ฉลาดอย่างแท้จริง
23.ฝันได้แต่อย่าหวัง
24.เรียนรู้ที่จะแพ้อย่างผู้ชนะ แล้วจะรู้จักกับคำว่าชัยชนะที่แท้จริง
25.นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
26.ความยึดถือคือความเจ็บปวด
27.พระเจ้าไม่ได้รักเรามากกว่าคนอื่น และไม่ได้รักคนอื่นมากกว่าเรา
28.อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต
29.ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต
30.สิ่งร้ายๆจะมาพร้อมกับสิ่งดีๆเสมอ


31.โลกใบนี้ยังมีมุมดีๆให้มอง
32.ตัวเรายังไม่ได้ดั่งใจเรา แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร
33.ถนนบางสายไกลหน่อยแต่ก็ยังมีวันถึง
34.แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง แต่งใจด้วยความดี
35.ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง
36.เดินคนเดียวอาจไม่รู้สึกดีอะไร แต่อย่างน้อยก็มีที่แกว่งแขนมากขึ้น
37.ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าเดิม
38.ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เพราะทุกปัญหาแก้ไขได้
39.ถ้าไม่ลองก้าวจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองวิ่งได้
40.ตึกสูงระฟ้ามาจากก้อนอิฐ


41.ใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ยอมรับสิ่งที่เป็น มองเห็นข้อดีคนอื่น หยัดยืนด้วยขาตัวเอง
42.เราจะรู้รสชาติของความสุขก็ต่อเมื่อเราผ่านความทุกข์มาก่อน
43.ปัญหามีไว้แก้ และต้องแก้ด้วยตัวเองไม่ใช่ยืมมือคนอื่นมาแก้
44.จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์คือความเชื่อใจ
45.ทุกคนมีคุณค่าเพียงแต่มีโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน
46.บางทีการได้เจอปัญหามันก็ดีเหมือนกัน
47.สิ่งที่ผ่านมาแล้วจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
48.ไม่ว่าใครจะตายหรือหายไป สุดท้ายโลกก็ยังหมุนต่ออยู่ดี
49.น้ำตาให้ได้แค่ความเห็นใจ
50.ในการที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใดทุกครั้งควรคิดถึงจุดจบด้วย

ขอบคุณที่ติดตามบล็อก konthai 122
ที่มา : saladtv.kr

สร้างสุขให้ชีวิต...ด้วยเสียงหัวเราะ


ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุและเทคโนโลยีต่างๆ ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตมนุษย์สะดวกสบายขึ้น แต่สิ่งที่สวนทางกับปัจจัยเหล่านี้กลับกลายเป็น ความทุกข์ ความเครียด และโรคภัยไข้เจ็บที่ตามมา ซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันได้ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า มนุษย์เราจะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกิดจากความเครียด และภาวะซึมเศร้าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ แต่มียาชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาโรคเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ดีนั่นคือ "เสียงหัวเราะ" ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จึงได้จัดเสวนาขึ้นในหัวข้อ "มาร่วมกันหัวเราะ เพาะสุขภาพชีวิต" ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมี ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ประธานชมรมหัวเราะแห่งประเทศไทย ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเสียงหัวเราะ

ดร.วัลลภบอกว่า การหัวเราะของมนุษย์มี 2 ลักษณะ คือ 1.หัวเราะธรรมชาติ คือหัวเราะเมื่อได้ยินหรือพบเห็นเรื่องที่ตลกขบขัน ซึ่งจะต้องมีสิ่งมากระตุ้นให้รู้สึกขบขันและหัวเราะออกมา 2.การหัวเราะบำบัด เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยคนที่มีปัญหาในเรื่องของการหัวเราะ หรือมีปัญหาและโรคภัยอันเกิดมาจากภาวะความเครียดและซึมเศร้า

การหัวเราะบำบัดนั้นเป็นการออกกำลังกายภายใน เช่น ถ้าหากเราเต้นแอโรบิค 30 นาที ก็จะเท่ากับหัวเราะอย่างต่อเนื่องเพียง 5 นาที จากสถิติพบว่าคนอ้วนที่เคยเข้าร่วมหัวเราะบำบัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์ น้ำหนักลดลง 3-4 กิโลกรัม โดยไม่ได้อดอาหารหรือลดอาหารเลย

ดร.วัลลภบอกด้วยว่า การหัวเราะบำบัดสามารถฝึกได้เองด้วยวิธีง่ายๆ คือ อ้าปากกว้างๆ แล้วเปล่งเสียง "โอ" หรือ "อา" ออกมาหลายๆ ครั้งอย่างต่อเนื่อง การฝึกหัวเราะบำบัดไม่ใช่แค่หัวเราะเฉพาะปากเพื่อให้เกิดเสียงเพียงเท่านั้น แต่ต้องทำให้ทั้งร่างกายหัวเราะตามไปด้วย นั่นก็คือ สมอง ขา แขน ไหล่ อก ท้อง และเมื่อเริ่มฝึกอย่างต่อเนื่องจะพบว่าทุกส่วนของร่างกายจะโล่ง โปร่ง เบา และสบายขึ้น อาการไม่สบายต่างๆ ก็จะหายไปด้วยและความสดชื่นก็จะเข้ามาแทนที่ ดังนั้นคนที่เข้าสู่กระบวนการฝึกหัวเราะบำบัดจะมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

เพียงแค่เสียงหัวเราะก็สามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตได้มากมายทั้งจิตใจและร่างกาย รวมถึงได้มิตรภาพจากคนรอบข้างอีกด้วย วิธีง่ายๆ แบบนี้ใครสนใจทำได้เลย

ขอบคุณที่ติดตามบล็อก konthai 122
ที่มา : saladtv.kr